ชนิดของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองมีสองประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Non-Hodgkin lymphoma (NHL) และชนิด Hodgkin disease (HD) ในประเทศไทยพบชนิด NHL บ่อยที่สุด
และเนื่องจากต่อมน้ำเหลืองพบได้ทุกตำแหน่งของร่างกาย มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน(Non-Hodgkin lymphoma) จึงสามารถพบได้ในทุกอวัยวะ แต่ส่วนมากมักเริ่มเป็นที่ต่อมน้ำเหลือง, ม้าม, ตับ หรือแม้กระทั่งในกระเพาะอาหาร
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน(Hodgkin Lymphoma)
จัดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่พบได้น้อย การวินิจฉัยต้องอาศัยการตรวจพบว่ามีเซลล์ที่มีลักษณะเฉพาะที่เรียกว่า รีดสเทิร์นเบิร์ก (Reed-Sternberg Cell) ซึ่งไม่พบในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน
ในแต่ละปีมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน 62,000 คนทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 60% และเป็นผู้หญิง 40 %
โดยเฉลี่ยในแต่ละปี ทั่วโลกจะมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน 25,000คน
โดยทั่วไปผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดฮอดจ์กิน มักมีอาการค่อนข้างช้า มีการดำเนินโรคอย่างค่อยเป็นค่อยไป
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน(Non-Hodgkin Lymphoma)
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้สามารถแบ่งออกได้มากกว่า 30 ชนิดย่อย ซึ่งถ้าอาศัยอัตราการเจริญของตัวมะเร็งแล้ว จะสามารถแบ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กินออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
1. ชนิดค่อยเป็นค่อยไป(Indolent): มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ จะมีอัตราการแบ่งตัว ของมะเร็งค่อนข้างช้า มีอาการน้อย ซึ่งผู้ป่วยมักจะอยู่ได้นานเป็นสิบปี ดังนั้นผู้ป่วยส่วนมากมักมาพบแพทย์ในระยะที่โรคมีการกระจายไปมากแล้ว มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จะตอบสนองดีต่อการรักษาแต่มักมีการกลับเป็นซ้ำของโรคได้บ่อย ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่จำเป็นต้องให้การรักษา เพียงแค่ติดตามอาการไว้เท่านั้น แต่มะเร็งชนิดนี้มักจะไม่หายขาดโดยการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดที่มีอยู่ในปัจจุบัน
2. ชนิดรุนแรง(Aggressive): มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จะมีอัตราการแบ่งตัวของมะเร็งเร็ว ผู้ป่วยมักจะมีอาการมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ภายใน 6 เดือน ถึง 2 ปี ข้อแตกต่างจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดค่อยเป็นค่อยไป คือ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรงมีโอกาสที่จะหายขาดจากโรคได้ถ้าได้รับการรักษาอย่างเต็มที่
ในแต่ละปีมีผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน 286,000 คนทั่วโลก ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 58% และเป็นผู้หญิง 42%
ในปัจจุบันสามารถแบ่งมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน(Non-Hodgkin lymphoma) ออกได้เป็น 35 ชนิดย่อย ซึ่งแต่ละชนิดนั้นจะให้การรักษาที่แตกต่างกันออกไป ในบางครั้งมีความจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติมเพื่อให้ทราบถึงชนิดที่แท้จริงของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้นเพื่อวางแผนในการรักษาต่อไป
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดบีเซลล์ (B-cell lymphoma)
พบประมาณ 90%ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin lymphoma) แบ่งออกได้เป็น
1. Diffuse large B-cell lymphoma
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด คือพบประมาณ 30% ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin lymphoma) มักพบตัวโรคนอกต่อมน้ำเหลืองได้บ่อยประมาณ 40% จัดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรง
- การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ประกอบไปด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด หรือในบางรายจะใช้การรักษาด้วยการฉายรังสี , การรักษาด้วยแอนติบอดี (monoclonal antibodies) ร่วมไปด้วย
2. Follicular lymphoma
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากชนิดข้างต้น ตัวโรคมักเริ่มที่ต่อมน้ำเหลืองก่อน ก้อนจะค่อยๆโต แต่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ผู้ป่วยส่วนมากจะมีชีวิตอยู่ได้นาน 8-10 ปีหลังได้รับการวินิจฉัย
- การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ประกอบไปด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด การฉายรังสี , การรักษาด้วยแอนติบอดี (monoclonal antibodies) หรือผู้ป่วยบางรายจะใช้วิธีติดตามอาการโดยยังไม่เริ่มการรักษา
- เมื่อเวลาผ่านไป อาจพบว่ามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่รุนแรงขึ้นได้
3. Small lymphocytic lymphoma
- พบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ประมาณ 5%ของผู้ป่วย จัดเป็นชนิดไม่รุนแรง
4. Splenic marginal zone lymphoma
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้เริ่มเป็นที่ม้าม เป็นชนิดที่พบได้ไม่บ่อย ส่วนมากมักโตช้าและไม่ต้องกาการรักษา แต่ในบางรายอาจจำเป็นต้องตัดม้ามออก
5. Extranodal marginal zone B-cell lymphoma of mucosa-associated tissue (MALT)
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มักเริ่มเป็นที่กระเพาะอาหาร แต่สามารถพบได้ในทุกอวัยวะ เช่น ปอด, ต่อมไทรอยด์, ต่อมน้ำลาย หรือ ที่ตา
- ผู้ป่วยส่วนหนึ่งมีประวัติโรคภูมิแพ้ตนเอง (Autoimmune disease) มาก่อน
- ในกรณีที่พบรอยโรคบริเวณกระเพาะอาหาร มักพบสัมพันธ์กับการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori
- การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้คล้ายกับการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Diffuse large B-cell lymphoma
6. Nodal marginal zone lymphoma
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้พบได้น้อย พบเพียง 1%ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด
- การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้คล้ายกับการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Diffuse large B-cell lymphoma
7. Lymphoplasmacytic lymphoma
- พบเพียง 1%ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด จัดเป็นชนิดไม่รุนแรง มักพบมีการกระจายของโรคไปที่ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลือง หรือม้ามได้บ่อย
- ผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจพบภาวะแทรกซ้อนจากการที่มีความหนืดของเลือดเพิ่มขึ้น (Hyperviscosity syndrome)
- การรักษาประกอบด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด, การฉายรังสี หรือการเฝ้าสังเกตอาการ
8. Mantle cell lymphoma
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จัดเป็นชนิดที่รุนแรง พบได้ 7 %ของผู้ป่วยทั้งหมด มักพบมีการกระจายของโรคไปที่ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลือง หรือม้าม
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มักไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา การรักษาในปัจจุบันยังไม่มีสูตรยามาตรฐานที่ใช้
- ในบางสถาบันอาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาเคมีบำบัดขนาดสูงแล้วตามด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดแก่ผู้ป่วย
9. Mediastinal large B-cell lymphoma
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จัดเป็นชนิดที่รุนแรง มักพบก้อนขนาดใหญ่ที่บริเวณทรวงอก ซึ่งอาจกดเบียดเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอ ทำให้เกิดภาวะ superior vena cava syndrome ตามมาได้
- มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มักพบในผู้หญิงอายุระหว่าง 30-40 ปี
- การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ประกอบไปด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด หรือในผู้ป่วยบางรายอาจมีความจำเป็นต้องใช้การฉายแสงร่วมไปด้วย
10. Primary effusion lymphoma
-มักพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ในกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV หรือ ผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน จัดเป็นชนิดรุนแรงมาก
-อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้จะเป็นจากสารน้ำที่เพิ่มขึ้นในโพรงของร่างกาย เช่น ในเยื่อหุ้มปอด หรือเยื่อหุ้มหัวใจ
11. Burkitts lymphoma
-มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้พบได้น้อย จัดเป็นชนิดที่รุนแรง มักพบในชาวแอฟริกัน และมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส EBV
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดทีเซลล์ (T-cell lymphoma)
พบประมาณ 10%ของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin lymphoma) แบ่งออกได้เป็น
1. Precursor T lymphoblastic lymphoma
-มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้พบ 15%ในผู้ป่วยเด็ก และ 25%ในผู้ใหญ่ พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง
-ผู้ป่วยส่วนมากพบก้อนขนาดใหญ่บริเวณทรวงอก และพบการกระจายไปที่ไขกระดูกได้เร็ว
-จัดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรงมาก การรักษาประกอบด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดขนาดสูงแล้วตามด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด
2. Adult T-cell lymphoma/leukemia
-มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HTLV-1 จัดเป็นชนิดรุนแรง และมักพบเซลล์มะเร็งภายในกระแสเลือด
-มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้มักไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา แต่ในบางรายพบว่าได้ผลด้วยการใช้ยาต้านไวรัสร่วมกับยา interferon
3. Extranodal NK/T-cell lymphoma
-พบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ได้บ่อยในแถบเอเชีย มักพบในเด็กและวัยรุ่น ผู้ป่วยจะมาพบแพทย์ด้วยก้อนที่บริเวณจมูก แต่สามารถพบได้ทุกตำแหน่งของร่างกาย
-การรักษาประกอบไปด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายรังสีแล้วตามด้วยการให้ยาเคมีบำบัด
4. Enteropathy type T-cell lymphoma
-จัดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดรุนแรงมาก พยาธิสภาพเริ่มที่ลำไส้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาจะลุกลามทำลายผนังลำไส้ มักพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ในผู้ป่วยโรค celiac disease
5. Gamma/delta hepatosplenic T-cell lymphoma
-มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง
-การรักษาเช่นเดียวกับชนิด Diffuse large B-cell lymphoma
6. Subcutaneous panniculitis-like T-cell lymphoma
-พบรอยโรคเริ่มต้นที่บริเวณผิวหนัง อาจวินิจฉัยผิดว่าเป็นแค่การอักเสบของชั้นผิวหนัง
-การรักษาเช่นเดียวกับชนิด Diffuse large B-cell lymphoma
7. Anaplastic large cell lymphoma
-พบรอยโรคอยู่ที่บริเวณผิวหนังเท่านั้น
-มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ตอบสนองดีต่อการให้ยาเคมีบำบัดที่มีส่วนประกอบของ doxorubicin
8. Peripheral T-cell lymphoma
-มักพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนี้ในระยะที่เป็นมากแล้ว พบบ่อยในคนอายุมากกว่า 60 ปี
-การรักษาเช่นเดียวกับชนิด Diffuse large B-cell lymphoma
9. Angioimmunoblastic T-cell lymphoma
-จัดเป็นชนิดรุนแรงปานกลาง มีลักษณะพิเศษคือ พบ ต่อมน้ำเหลืองโต มีไข้ น้ำหนักลด ผื่นผิวหนัง ร่วมกับระดับโปรตีนในเลือดที่สูงขึ้น ผู้ป่วยส่วนมากมักพบการติดเชื้อแทรกซ้อนได้บ่อย
-การรักษาเช่นเดียวกับชนิด Diffuse large B-cell lymphoma
Other knowledge about lymphoma
มะเร็งต่อมน้ำเหลืองคืออะไร
สถิติของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการของมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
การวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
การรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง
อาการจากตัวมะเร็งและผลข้างเคียงของการรักษา
การดูแลรักษาตนเอง
ข้อควรรู้สำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง
สาขาวิชาโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เขตปทุมวัน กทม. 10330 โทรศัพท์ 02-256-4564 โทรสาร 02-253-9466 อีเมลล์:
webmaster@thailymphoma.org